เนื้อหา

Rc Servo ความรู้พื้นฐานในการใช้งานเซอร์โว

พิมพ์

 intro

      อย่างที่เราพอจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าหลักการทำงานของ Rc servo คือการเปลี่ยนคำสั่งที่เป็นสัญญาณไฟฟ้าจากรีซีฟเวอร์ให้เป็นการเคลื่อนที่ของแขนเซอร์โว ซึ่งโดยปรกติแล้วสายสัญญาณของเซอร์โวจะเสียบไว้ที่ช่องใดช่องหนึ่งของรีซีฟเพื่อใช้บังคับส่วนต่างๆของเครื่องบิน ดังนั้นแล้วการเคลื่อนที่ ของเซอร์โวจึงขึ้นอยู่กับการเคลื่อนที่ของสติ๊กที่ตัววิทยุนั่นเอง

องค์ประกอบพื้นฐานของเซอร์โว


     servo-parts

    องค์ประกอบหลักของเซอร์โวโดยทั่วไปแล้วจะมีส่วนประกอบหลักดังนี้คือ
1.Servo Case ซึ่งส่วนใหญ่จะทำมาจากพลาสติก
2.Motor ซึ่งเป็นส่วนให้กำลังในการหมุนของเซอร์โว
3.Control Circuit มีหน้าที่ในการถอดรหัสสัญญาณควบคุมจากรีซีฟซึ่งส่งมาเป็นแบบ PWM และส่งการควบคุมไปสั่งการทำงานของมอเตอร์ให้หมุนแขนของเซอร์โวให้อยู่ในตำแหน่งที่ได้ถอดรหัสมา
4.Potentiometer คือส่วนที่ตรวจวัดตำแหน่งของเซอร์โวและส่งสัญญาณกลับไปยัง Control Circuit เพื่อแก้ใขตำแหน่งให้ถูกต้องตามสัญญาณที่ได้เซ็ตไว้
5.Drive Gear คือชุดทดรอบจากการหมุนของมอเตอร์เพื่อให้ได้แรงบิดที่สูง
6.Output Spline คือส่วนที่ปัองกันการเสียดสีระหว่าง Servo Case และ Output shaft ซึ่งอาจใช้อุปกรณ์ประเภท Baring เพื่อช่วยลดแรงเสียดทานที่ดี
7.Servo wire คือสายไฟของเซอร์โวซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 
   สายไฟของเซอร์โวจะมีอยู่สามเส้นซึ่งจะติดเป็นชุดเดียวกัน ซึ่งจะมีหน้าที่คือ

เส้นที่ 1 จ่ายไฟกระแส + DC ซึ่งแรงดันปรกติจะอยู่ที่ 5-6 โวลท์

เส้นที่ 2 เป็นสาย Ground หรือเป็นขั้ว – DC

เส้นที่ 3 เป็นสายสัญญาณ โดยที่รีซีฟจะส่งสัญญาณลักษณะ on/off pulsed

hitec_servo_b
diagram

   ตามภาพด้านบนซึ่งแสดงระบบการทำงานของเซอร์โวโดยที่รีซีฟจะส่งสัญญาณการควบคุมตำแหน่งของเซอร์โวไปยังส่วน Control Circuit ของเซอร์โวโดยสัญญาณที่ส่งมาจะเป็นสัญญาณแบบ PWM(Pule Width Modulation) จากนั้น Control Circuit จะถอดรหัสสัญญาณ PWM ที่ได้ให้เป็นตำแหน่งของเซอร์โวที่ถูกต้องโดยเปรียบเทียบค่าตำแหน่งปัจจุบันกับสัญญาณกลับจาก Potentiometer แล้วจึงส่งแรงดันไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ให้ไปหมุนไปในทิศทางที่จะทำให้ตำแหน่งของ Potentiometer มีค่าที่ถูกต้องเท่ากับค่าที่ได้ถอดรหัสมา ซึ่งขณะที่มอเตอร์หมุนก็จะมีเฟืองที่ไปต่อกับแกนของ Potentiometer(ปรกติจะอยู่ในแกนเดียวกับ output shaft) ด้วยดังนั้นกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นซ้ำๆจนกว่าค่าของ Potentiometer จะมีค่าเท่ากับการถอดรหัสสัญญาณที่ได้รับมาจากรีซีฟการทำงานของมอเตอร์จึงจะหยุด แต่กระบวนการทำงานของ Control Circuit จะยังทำงานอยู่ตลอดเวลาเพียงแต่หากค่าของ Potentiometer มีค่าเท่ากับสัญญาณที่ถอดรหัสมาจากรีซีฟแล้วก็จะไม่มีการส่งแรงดันไฟฟ้าไปยังมอเตอร์(ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสติ๊กที่รีโมท) ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่าการอัพเดทสัญญาณโดยมีความเร็วที่ 50 ครั้งต่อหนึ่งวินาที เราจึงเห็นเป็นการเคลื่อนที่ของเซอร์โว

ขนาดของเซอร์โว

    small servoline
  โดยปรกติขนาดของเซอร์โวจะมีอยู่ด้วยกัน
3 ขนาด คือ micro, standard และ giant หรือ 1/4 scale เพื่อที่จะให้ครอบคลุมการใช้งานของเครื่องบินบังคับวิทยุ ซึ่งมีการใช้งานที่แตกต่างกันไปแต่ในปัจจุบันก็ได้มีเซอร์โวที่มีขนาดที่หลากหลายเพื่อครอบคุมการใช้งานมากขึ้น

Speed และ Torque Ratings

  นอกเหนือจากขนาดภายนอกของเซอร์โวที่เราต้องพิจารณาในการใช้งานแล้วยังมีคุณลักษณะที่เราต้องพิจารณาอีกก็คือ speed(ความเร็ว) และ Torque (แรงบิด)

    Speed การวัดความเร็วของเซอร์โวก็คือเวลาที่เซอร์โวใช้ต่อองศาในการหมุนค่าหนึ่ง ซึ่งมุมมาตรฐานที่ใช้วัดกันทั่วไปคือ 60 องศา จึงกล่าวได้ว่า ความเร็วของเซอร์โวก็คือ เวลาที่ใช้ในการหมุนแขนของเซอร์โวไปจากตำแหน่งเดิมเป็นมุม 60 องศา ดังนั้น ตัวเลขเวลาที่มีค่าน้อยเท่าไหร่ หมายถึงเซอร์โวยิ่งมีความเร็วมากขึ้นเท่านั้น
    ยกตัวอย่างเช่น เซอร์โวตัวหนึ่งมีความเร็ว 0.12 sec/60° ซึ่งหมายถึงเซอร์โวตัวนี้ใช้เวลา 0.12 วินาที ในการหมุนแขนของเซอร์โวเป็นมุม 60 องศา ซึ่งถือว่าเป็นมีความเร็วเป็นสองเท่าของความเร็วของเซอร์โวมาตรฐานซึ่งมีความเร็วอยู่ที่ 0.24 sec/60° แต่สำหรับเซอร์โวที่ใช้ควบคุมหางของเฮลิคอปเตอร์วิทยุบังคับแล้วอาจต้องใช้เซอร์โวที่มีความเร็วที่มากขึ้นเช่น 0.06 sec/60°

   Torque แรงบิด หมายถึง แรงที่แขนของเซอร์โวสามารถกระทำได้ ซึ่งแรงนี้วัดกันในหน่วยของ ออนซ์ ต่อ นิ้ว(oz-in) หรือ กิโลกรัม ต่อ เซนติเมตร (kg-cm) ซึ่งตัวเลขที่มากหมายถึงแรงที่ที่เซอร์โวสามารถฉุดหรือผลักได้ โดยที่ standard servo แรงบิดจะอยู่ที่ประมาณ 40 oz-in สำหรับเซอร์โวประเภทแรงบิดสูง(high torque) อาจมีแรงบิดสูงถึง 200 oz-in  แล้ว 40 ounce-inches หมายถึงอะไร หมายถึง ถ้าแขนของเซอร์โวมีความยาวหนึ่งนิ้วจะมีแรงดึงหรือแรงฉุดขนาด 40 ounces ก่อนที่เซอร์โวจะมาสามรถหมุนได้อีก(Stalling) ดังนั้นหากแขนของเซอร์โวมีความยาก ½ นิ้ว ก็จะสามารถดึงหรือฉุดได้ 80 ounces และ หากแขนของเซอร์โวยาว 2 นิ้ว ก็จะสามารถฉุดหรือดึงได้ 20 ounces ตามหลักการคำนวนโมเมนต์
    ความเร็วและแรงบิดของเซอร์โวจะมีค่าต่างกันเมื่อจ่ายแรงดันไฟฟ้าที่ต่างกันให้กับรีซีฟ โดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 ค่าคือ 4.8 โวลท์ และ 6.0 โวลท์ ซึ่งจะได้มาจากการจ่ายแรงดันไฟฟ้าของ BEC’s หรือ อุปกรณ์ปรับแรงดันไฟฟ้า(voltage regulator) และแน่นอนอยู่แล้วว่าแรงดันไฟฟ้าสูงกว่าย่อมให้ ความเร็วและแรงบิดที่สูงกว่า จึงได้มีเซอร์โวที่รองรับแรงดันไฟฟ้าได้ถึง 8.6 volts ซึ่งให้ ความเร็วและแรงบิดที่สูงมาก ทั้งยังสามารถรับแรงดันไฟฟ้าจากแบ็ต 2S Lipo ได้โดยไม่ต้องมีวงจรปรับแรงดันไฟฟ้าและแน่นอนว่ารีซีฟก็ต้องสามารถรองรับแรงดันไฟฟ้านี้ได้ด้วยซึ่งรีซีฟระบบ 2.4 GhZ ในปัจจุบันส่วนใหญ่ก็สามารถรองรับได้
   ส่วนองค์ประกอบที่ทำให้ต้องจำกัดของแรงดันไฟฟ้าสำหรับเฮลิคอปเตอร์ที่นอกเหนือจากเครื่องบินคือ ไจโร(Gyro) และ Gyro servo ซึ่งส่วนมากจะออกแบบมาให้ทำงานกับแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 5 โวลท์ แต่แนวโน้มในปัจจุบันก็ได้มีการผลิต Gyro ที่สามารถทำงานได้กับแรงดันไฟฟ้าที่สูงขึ้น

Digital Servos กับ Analog Servo

frequency 

   ในสมัยยุคแรกของการเล่นเครื่องบินบังคับวิทยุ เซอร์โวในยุคนั้นยังมีเฉพาะระบบสัญญาณอนาล็อกเท่านั้นแต่ปัจจุบันได้มีเซอร์โวในระบบสัญญาณดิจิตอลเกิดขึ้น เพื่อที่จะหาว่าระบบไหนมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร ระบบไหนจะดีกว่ากัน ลองมาดูการทำงานของแต่ละระบบกันก่อน
   ถ้ามองเฉพาะลักษณะภายนอกและองค์ประกอบหลักแล้วแทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลย ทั้ง servo case, motor, gears และ แม้แต่ feed back potentiometer ก็ยังเป็นแบบเดียวกันทั้งสองระบบ ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวของทั้งสองระบบนี้คือรูปแบบการแปลสัญญาณที่ได้จากรีซีฟเวอร์และการส่งต่อสัญญาณนั้นไปสั่งการทำงานให้มอเตอร์ของเซอร์โวหมุน

Analog Servo Operation

   HS-65HB-1ds 
   อนาล็อกเซอร์โวควบคุมความเร็วในการหมุนของมอเตอร์โดยการเปิดและปิดแรงดันไฟฟ้าที่ได้จากสัญญาณ ซึ่งที่จริงแล้วแรงดันไฟฟ้า(ได้จาก รีซีฟเวอร์
,วงจรลดแรงดันไฟฟ้า, หรือBEC โดยที่แรงดันอยู่ที่ 4.8-6.0 โวลท์)ที่ป้อนให้เซอร์โวนั้นมีค่าคงที่

   ในการเปิดและปิดแรงดันไฟฟ้านี้โดยมาตรฐานแล้วมีความเร็วอยู่ที่ 50 รอบต่อวินาที ยิ่งความกว้างของคลื่นสัญญาณ(pulse)มีความกว้างเท่าไหร่มอเตอร์ก็จะมีความเร็วและแรงบิดมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกันกับการควบคุมความเร็วของวงจรควบคุมมอเตอร์(ESC) ซึ่งความเร็วในการในการอัพเดทสัญญาณที่ 50 รอบต่อวินาทีนั้นเท่ากับมีการอัพเดทสัญญาณ ทุกๆ 20 miliseconds ซึ่งยังไม่เร็วพอที่จะทำให้มอเตอร์มีการตอบสนองได้ดีพอและมอเตอร์ก็ยังไม่สามารถสร้างแรงบิดได้เพียงพอในการอัพเดทสัญญาณในแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของเซอร์โวในระบบอนาล็อกคือไม่สามารถตอบสนองต่อสัญญาณได้เร็วพอหรือสร้างแรงบิดได้ดีพอเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาณควบคุมเพียงเล็กน้อยหรือเมื่อมีแรงจากภายนอกมากระทำให้ให้ตำแหน่งของเซอร์โวเลื่อนไปจากตำแหน่งที่เซ็ตไว้  พื้นที่มีการตอบสนองของเซอร์โวทั้งความเร็วแรงบิดที่ช้าเราเรียกว่า deadband
   เครื่องบินบังคับวิทยุบางประเภทโดยเฉพาะเฮลิคอปเตอร์ต้องการการตอบสนองของในการเคลื่อนที่ของเซอร์โวที่เร็วมากแม้จะเป็นการขยับสติ๊กเพียงเล็กน้อยก็ตามเนื่องจากเป็นการบังคับของระบบโรเตอร์(ทั้งโรเตอร์หลักและโรเตอร์หาง)ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็มีผลต่อการเคลื่อนที่ของเฮลิคอปเตอร์เป็นอย่างมากและภาระกรรมที่ระบบโรเตอร์รับไว้ก็พยายามที่จะผลักหรือฉุดเซอร์โวให้ออกจากตำแหน่งที่ควบคุมไว้ตลอดเวลา และยิ่งไปกว่านั้นทั้งระบบ heading hold gyros หรือ ระบบ electronic flybarless systems ต่างก็ส่งสัญญาณนับ ร้อยครั้งต่อวินาทีเพื่อที่จะแกไขตำแหน่งที่เปลี่ยนไปของระบบ
   เรื่องของ deadband และการตอบสนองที่ช้าของระบบเซอร์โวแบบอนาล็อกไม่ใช่ปัญหาสำคัญกับระบบการรับรู้ของมนุษย์เนื่องจากว่าการตอบสนองนี้ยังมีความเร็วที่เพียงพอที่เราไม่สามารถรู้สึกได้หรือเป็นปัญหาต่อการควบคุม แต่ที่ต้องให้ควบสำคัญคือเมื่อเราต้องเกี่ยวข้องกับระบบไจโร, ระบบ electronic flybarless  หรือเครื่องบินประเภทผาดแผลงต่างๆ(3D)ซึ่งต้องการเซอร์โวที่มีการตอบสนองที่เร็วและสร้างแรงบิดได้เพียงพอ

Digital RC Servo Operation

    digital_servo
    อย่างที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นแล้วว่าระหว่างเซอร์โวระบบอนาล็อกและระบบดิจิตอลแทบจะเหมือนกันทุกประการแม้กระทั้งสายไฟทั้งสามเส้นที่ต่อจากรีซีฟเวอร์ก็มีลักษณะเหมือนกันแต่สิ่งที่ต่างกันก็คือการแปลสัญญาณที่ส่งมาจากรีซีฟเวอร์แล้วส่งไปยังมอเตอร์ของเซอร์โวเท่านั้น

   โดยที่เซอร์โวระบบดิจิตอลจะมีไมโครโปรเซสเซอร์ที่อยู่ภายในตัวเซอร์โวซึ่งทำหน้าที่แปลสัญญาณที่ส่งมาจากรีซีฟและส่งเป็นสัญญาณแรงดันไฟฟ้าที่ความถี่สูงไปยังเซอร์โวมอเตอร์ แทนที่จะเป็น 50 ครั้งต่อวินาทีเหมือนเช่นระบบอนาล็อก แต่ในระบบดิจิตอลนี้มีความถี่ในการอัพเดทสัญญาณสูงถึง 300 ครั้งต่อวินาทีซึ่งแน่นอนว่าคลื่นจะมีความยาวที่สั้นลงแต่สิ่งที่ได้คือความเร็วของมอเตอร์ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้นอีกทั้งการให้แรงบิดที่คงที่อีกด้วย
   ในบางครั้งเราอาจจะแปลกใจว่าทำไมเซอร์โวระบบดิจิตอลถึงมีเสียงแปลกๆเมื่อมีแรงมากระทำบนแขนของเซอร์โว สิ่งที่เราได้ยินนั้นคือเสียงของคลื่นแรงดันไฟฟ้าความถี่สูงที่ส่งไปยังมอเตอร์เพื่อต้านแรงที่มากระทำ
   ดังนั้ผลลัพธ์ที่ได้คือเซอร์โวมีขนาดของ Deadband ที่เล็กลง, มีการตอบสนองที่เร็วขึ้น, มีอัตราเร่งที่ราบเรียบขึ้น และ มีรักษากำลังที่ดีขึ้นด้วย

    เราลองทดสอบได้ง่ายๆคือ ลองนำเซอร์โวทั้งสองระบบมาต่อเข้ากับรีซีฟเวอร์(ที่มีไฟเลี้ยงอยู่)ตัวเดียวกันแล้วพยายามดันแขนของเซอร์โวทั้งสองตัวจากตำแหน่งที่มันอยู่ปรกติ ข้อแตกต่างก็คือเมื่อขยับแขนของเซอร์โวระบบอนาล็อกแขนของเซอร์โวจะขยับได้เล็กน้อยก่อนที่จะกลับมาสู่ตำแหน่งเดิมทำให้เรารู้สึกเหมือนมันสามารถดูดซับแรงได้  แต่สำหรับเซอร์โวระบบดิจิตอลเมื่อเราพยายามขยับแขนของเซอร์โวจะรู้สึกเหมือนกับว่าแขนของเซอร์โวถูกติดกาวไว้กับตัวเคสของเซอร์โวซึ่งนั่นคือการตอบสนองที่รวดเร็วและสามารถรักษาแรงบิดไว้ได้อย่างดี แต่อย่างไรก็ดีสำหรับเซอร์โวระบบดิจิตอลไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีอย่างเดียวเพราะสิ่งที่ตามมาสำหรับการตอบสนองที่ความถี่สูงก็คือ การกินกระแสไฟฟ้าที่มากขึ้น”  กล่าวก็คือเซอร์โวระบบดิจิตอลใช้กำลังไฟฟ้ามากกว่าเซอร์โวระบบอนาล็อก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่นักในเมื่อปัจจุบันเรามีแบ็ตเตอรี่ที่พัฒนาไปมากจนมีความจุที่มากกว่าแบ็ตเตอรี่ในอดีตหลายเท่า
   ในปัจจุบันเทคโนโลยีของเซอร์โวได้พัฒนาไปมากดังนั้นเราอาจจะเห็นเซอร์โวระบบอนาล็อกบางตัวมีประสิทธิภาพดีกว่าเซอร์โวระบบดิจิตอลซึ่งนั่นก็แล้วแต่การเลือกใช้งานและราคาที่เหมาะสมกับเรา

Coreless & Brushless Servo Motors

   brush

  มอเตอร์ของเซอร์โว(ทั้งอนาล็อกและดิจิตอล)จะใช้มอเตอร์แบบ 3 pole ซึ่งในบางครั้งอาจจะเพิ่มได้ถึง 5 pole ซึ่งแน่นอนว่าจำนวน pole ที่มากขึ้นจะทำให้การตอบสนองทั้งอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีขึ้น

Coreless Servo Motors:

 core

coreless

   โดยทั่วไปแล้ว มอเตอร์แบบ 3-pole จะมีแกนเหล็กซึ่งจะมีเส้นลวดทองแดงพันไว้รอบๆซึ่งแกนเหล็กนี้จะล้อมรอบด้วยแม่เหล็กถาวร  ดังนั้นในการเริ่มต้นหมุนของมอเตอร์แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายเข้าไปต้องทำให้เกิดแรงมากพอที่จะทำให้แกนเหล็กที่มีน้ำหนักนั้นหมุนยิ่งถ้าแกนมีน้ำหนักมากแรงที่ใช้ในการเริ่มต้นก็ต้องมากขึ้นด้วย และในทางกลับกันหากหยุดจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้กับมอเตอร์แกนเหล็กก็ยังคงหมุนต่อไปอีกด้วยแรงเฉื่อยเนื่องจากน้ำหนักของแกนเหล็ก จึงกล่าวได้ว่าสำหรับเซอร์โวที่ใช้แกนเหล็กจะเริ่มหมุนได้ช้าและหยุดได้ช้า การใช้เซอร์โวแบบไม่มีแกนเหล็ก(Coreless)จึงได้เข้ามาแทนที่ปัญหานี้ด้วยการนำแกนเหล็กออกไปโดยใช้เส้นลวดทองแดงถักเป็นตาข่ายแล้วนำไปหมุนรอบแท่งแม่เหล็ก ในการออกแบบนี้ทำให้น้ำหนักของชุดที่หมุนมีน้ำหนักน้อยลงดังนั้นจึงสามารถเริ่มการหมุนได้เร็วและหยุดได้เร็วขึ้นหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือมีการตอบสนองที่เร็วขึ้นนั่นเอง

Brushless Servo Motors:

   ประโยชน์ของมอเตอร์ของเซอร์โวแบบไม่มีแปรงถ่าน(Brushless) ก็เช่นเดียวกับมอเตอร์ชนิดที่ไม่มีแปรงถ่านที่มีขนาดใหญ่ที่เราใช้กับเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ นั่นคือไม่มีแรงเสียดสีภายในที่เกิดจากแปรงถ่าน ทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่า ความร้อนที่เกิดขึ้นน้อยกว่า ใช้กระแสไฟฟ้าน้อยกว่า การตอบสนองและการทำงานราบเรียบดีกว่าชนิดใช้แปรงถ่าน

RC Servo Bearings, Metal Gears

Bearings:

   
baring
BallBearingServo

   เมื่อเราเลือกซื้อเซอร์โวเราจะสังเกตุคุณลักษณะอีกอย่างหนึ่งที่ระบุไว้คือมีตลับลูกปืน(Bearing)อยู่ข้างในด้วยซึ่งปรกติจะมีอยู่ 1-2 อัน โดยตำแหน่งที่ติดตั้งของตลับลูกปืนคือบริเวณ output shaft ของเซอร์โวแทนที่ปลอกที่สวมไว้ไม่ให้สัมผัสกับเคสนั่นเอง
   ประโยชน์ของตลับลูกปืนที่อยู่ในเซอร์โวก็เช่นเดียวกันกับตลับลูกปืนที่ใช้ในเฮลิคอปเตอร์นั่นก็คือการลดแรงเสียดทานระหว่างส่วนที่หมุนได้กับส่วนที่อยู่กับที่ในที่นี้คือระหว่าง output shaft กับตัวเคสของเซอร์โว ยิ่งถ้าแขนของเซอร์โวรับแรงมากเท่าไหร่แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นก็จะมากขึ้นไปด้วย ดังนั้นเซอร์โวที่มีตลับลูกปืนอยู่ภายในจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการใช้งานเซอร์โวที่ต้องรับแรงมากอีกทั้งยังช่วยลดการโกงงอของ output shaft ซึ่งเกิดจากโมเมนต์ของแรงที่กระทำกับ output shaft โดยมีจุดหมุนอยู่ที่บริเวณแกนหมุนสำผัสกับตัวเคสของเซอร์โวอีกด้วย ดังนั้นหากมีการใช้ตลับลูกปืนถึงสองอันแล้วนอกจากจะทำให้แรงเสียดทานบริเวณนั้นน้อยลงยังทำให้โมเมนต์ที่เกิดขึ้นมีปริมาณที่น้อยลงด้วย

Metal Gears & Metal Output Shafts:

   ชนิดของเฟืองก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเลือกเซอร์โวซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทหลักๆคือ

 nylon
Nylon หรือที่เรียกันว่าเฟืองพลาสติกซึ่งแน่นอนว่าความแข็งแรงนั้นค่อนข้างน้อยแต่ประโยชน์คือมีน้ำหนักน้อยทำให้ตอบสนองได้ไวกว่าเฟืองที่มีน้ำหนักมาก

metal2
Metal หรือที่เรียกกันว่าเฟืองโลหะซึ่งจะให้ความแข็งแรงที่มากกว่าแต่ก็แลกมาด้วยน้ำหนักที่มากและมีการตอบสนองช้ากว่าโลหะที่ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็นทองเหลืองแต่สำหรับเครื่องบินบางแบบที่ต้องการน้ำหนักเบาด้วยก็อาจจะทำจากไททาเนียม

nylonandmetal
Metal ½ หรือ Nylon ½ นั่นคือมีการผสมระหว่างเฟืองโลหะครึ่งหนึ่งและเฟืองพลาสติกครึ่งหนึ่ง เพื่อเป็นการเอาข้อดีของแต่ละแบบมาผสมกันแต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน โดยส่วนมากส่วนที่เป็นโลหะจะอยู่ด้านบนหรือส่วน output shaft

ต้วอย่างสเป็คของเซอร์โวค่าย Towerpro

 

 

Credit: ข้อมูลส่วนใหญ่มากจากเว็ปนี้ครับ www.rchelicopterfun.com และก็เว็ปอื่นๆอีกหลายส่วน

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ค่ะ


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

คอมเมนต์   

#102 Guest 2561-08-19 19:53
cbd oil cbd oil: https://whollyhemp.com/
cbd oil cbd oil: https://cbdoilsandedibles.com/
cbd oil cbd oil: https://cannabidiollife.com/

cbd oil cbd oil
cbd oil cbd oil
cbd oil cbd oil
#101 Guest 2561-08-18 16:56
5. ประสบการณ์ของผู ้ใช้รายอื่นที่ม ีต่อไททันเจล. แน่นอนว่า ผมสนใจว่าคนอื่น จะได้ผลที่ดีเหม ือนผมหรือไม่ ผมจึงได้ค้นหาข้ อมูลจากอินเทอร์ เน็ต ผมตระหนักได้อย่ างรวดเร็วว่า ผมไม่ได้เป็นคนเ ดียวที่ได้รับสิ ่งที่ดีที่สุด ไม่สามารถขยายขน าดอวัยวะเพศชายไ ด้ง่ายเหมือนกับ การเล่นกล้าม แม้จะผ่านการใช้ งานบ่อยๆ จากรายงานของผู้ ชาย (และผู้หญิง!) ประสิทธิภาพของผ ลิตภัณฑ์นี้ได้ร ับการชื่นชมและย ืนยันมากมายในอิ นเทอร์เน็ต หากรายงานดังกล่ าวตรงตามข้อเท็จ จริงทั้งหมด ก็แสดงว่า บรรลุผลสำเร็จทา งด้านอัตราความแ ข็งแรงและขนาดที ่ดีขึ้นได้มากกว ่าผม แต่บางที ผมอาจเพิ่มขนาดไ ด้อีก (ดูด้านบน) 6. titan gel ดีไหม ผลข้างเคียงจากก ารใช้ Titan Gel. ไม่พบรายงานใด ๆ ว่าที่ระบุว่ากา รใช้ Titan Gel ก่อให้เกิดผลข้า งเคียงที่ไม่พึง ประสงค์ แต่อย่างไรก็ดี มีหลักฐานทางวิท ยาศาสตร์ที่เชื่ อถือได้ว่า Titan Gel ส่งผลดีต่อร่างก ายของผู้ใช้.
#100 Guest 2561-08-18 11:22
The purpose the initial two are very important fundamentals is actually done effectively, they're going to stop how you feel
that could impact your gambling. Winning a soccer bet is not a difficult job nevertheless it uses a lots of patience and experience.

Since online bingo is really a virtual form of the traditional land-based bingo halls, therefore the ambiance should be
so that this doesn't happen enable you to believe that
something is missing while playing this age-old game.


My webpage 퍼스트카지노: https://cff100.com
#99 Guest 2561-08-18 11:21
The purpose the initial two are very important fundamentals is actually done effectively, they're going to stop how you feel
that could impact your gambling. Winning a soccer bet is not a difficult job nevertheless it uses a lots of patience and experience.

Since online bingo is really a virtual form of the traditional land-based bingo halls, therefore the ambiance should be
so that this doesn't happen enable you to believe that
something is missing while playing this age-old game.


My webpage 퍼스트카지노: https://cff100.com
#98 Guest 2561-08-18 08:43
Magnificent items from you, man. I've consider your stuff previous to and you're simply extremely great.
I actually like what you have got here, certainly like what you're saying and the way by which you are saying it.
You are making it enjoyable and you continue
to care for to stay it smart. I can't wait to read far more from you.
This is really a tremendous website.

Also visit my blog; cs:go servers: http://gametracker.mobi/

สอบถาม ออนไลน์

LiveChat Help

เข้าสู่ระบบสมาชิก



ตรวจสอบการจัดส่ง

สมาชิกล่าสุด

  • hotp50lai1
  • te94en1
  • mold91de1
  • nis42ar7
  • in72rdis1

สถิติการเยี่ยมชม

292118
วันนี้
เมื่อวาน
อาทิตย์นี้
เดือนนี้
รวม
79
67
1101
2374
292118

Your IP: 46.229.168.71